ตอนที่แล้วผมเล่าว่าผมเริ่มตัดต่อที่ มั่นคง ซึ่งผมก็พัฒนาสกิลตัดต่อจนคิดว่าเป็นสกิลที่ต่อยอดได้แน่นอน แต่วันนึงผมก็คิดกับตัวเองว่าถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปอนาคตมันจะยังไงนะ
มันเป็นช่วงเวลาที่เริ่มคิดถึงเรื่องเงินที่จะเลี้ยงชีพตัวเอง แน่นอนว่าที่ทำอยู่มันได้น้อยกว่างานบริการแบบเดิมๆ ที่ผมทิ้งมา
เลยตัดสินใจว่าจะสมัครงานใหม่ ผมเขียน resume อัดทุกอย่างที่เคยทำเข้าไป ประสบการณ์ทั้งหมดที่มี ผมเชื่อว่าตำแหน่งผู้จัดการ ต้องมีคนรับผมแน่นอน
ส่วนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคือ ส่งไปเกือบ 40 ที่ ไม่มีที่ไหนเรียกเลย แต่มีร้านขนมดังในตลาดหุ้นร้านนึง ที่มีเขียนเบอร์ HR ไว้ในโพสต์รับสมัคร
ผมเลยลองโทรไป
“อ๋อ ตำแหน่งผู้จัดการ วุฒิขั้นต่ำต้องปริญญาตรีนะคะ” ปลายสายพูดกับผม
ผมเจ็บใจแต่ก็ทำได้แค่ยอมรับความจริง ผมคิดว่าที่เหลือที่ไม่เรียก น่าจะเหตุผลเดียวกัน
สิ่งที่ผมทำได้คือโทรไปหาพี่เปี๊ยก ผู้จัดการคนแรกของผมที่แมคโดนัลด์
“สมัครยังไงก็ไม่มีคนเรียก พี่เปี๊ยกพอจะแนะนำผมกับใครสักคนได้มั้ยครับ”
“ได้ อชิ” พี่เปี๊ยกรับปากผม
ผ่านไปไม่ถึงเดือนผมได้ไปสัมภาษณ์กับผู้บริหารอีกแล้ว เป็นรุ่นน้องพี่เปี๊ยก ผมได้ไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการสาขาที่ร้านชื่อ Mr. Jones’ Orphanage เป็นร้านขายเค้ก กาแฟ มีหมีน่ารัก และเพลงเด็กยุค 80 เปิดคลอตลอดเวลา
ผมคิดว่างานนี้คงเหมาะกับผมแล้ว เพราะเงินเดือนมากกว่า งานที่ทำก็ทำมาตั้งแต่ 15 นี่คือเส้นทางชีวิตจริงของเราแล้วละ
ผมอยู่สาขาสยามได้ไม่กี่เดือนก็ย้ายไปสาขาตึกเอ็มไพร์ ที่นี่ผมเห็นมนุษย์ออฟฟิศดูดีๆ เต็มไปหมด ไลฟ์สไตล์เค้าดูต่างจากเรา จนเคยคิดเล่นๆ ว่าอยากทำงานแบบนั้นบ้างจัง
ผมเริ่มสงสัยกับตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่ มีวันนึงผมยืนเหม่อเงียบๆ มองเพดานฟู้ดคอร์ทแล้วถามตัวเองว่า
“นี่กูทำเหี้ยอะไรอยู่วะ” เงินมันเยอะขึ้นกว่าตอนขายหูฟังก็จริง แต่ความหมายในชีวิตมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
ยังไม่ทันสิ้นความคิด มีเสียงโทรศัพท์เข้า
“นิค นี่พี่เอ็มนะ GM2000 พี่อยากชวนนิคมาทำงานด้วย”
“เหี้ย!” เสียงในหัวที่ผมอุทาน
แต่ “นัดสัมภาษณ์ได้เลยนะพี่เอ็มๆ” คือคำที่ผมพูดออกไป
พี่เอ็มคือรอง บก. GM2000 ยุคนั้น เคยมาสอนพวกเราทีมงานมั่นคงเกี่ยวกับการ “ฟัง” เพราะแกก็เป็นรุ่นใหญ่คนนึงในวงการเครื่องเสียง ผมตั้งใจฟังมาก ผมว่าเค้าคงเห็น และนึกถึงตอนอยากหาใครสักคนไปช่วยงาน
หลังจากนั้นผมได้ไปสัมภาษณ์กับพี่ธานี บก. GM2000 รุ่นใหญ่แห่งวงการเครื่องเสียง ตอนนั้นออนไลน์กำลังมา นิตยสารกำลังขาลง เค้าต้องการ “คนตัดต่อ” ที่เข้าใจเครื่องเสียง มาช่วยปั้นออนไลน์
ผมเคยทำรายการที่เป็นทั้งคนถ่ายและคนตัด เป็นรายการสัมภาษณ์พี่ธานี แกจำงานผมได้ เราก็สัมภาษณ์กันไป คุยกันไปหลายเรื่อง
สุดท้ายผมได้ทำงานในฝัน “กองบรรณาธิการนิตยสาร” ถึงแม้หลักๆ ผมจะตัดต่อวิดีโอ แต่ผมก็ได้เป็นนักเขียนรีวิว เขียนลงหนังสือเล่มที่พิมพ์ออกมาวางขายจริงๆ
วันแรกที่เดินเข้าตึก GM แค่ได้กลิ่นกระดาษ ผมก็จะร้องไห้แล้ว นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผมอีกครั้งเลย…
ถ้าเล่าแบบข้ามเวลามาอนาคต ตึกเอ็มไพร์ที่ผมเคยยืนมองมนุษย์ออฟฟิศแล้วคิดว่าอยากเป็นแบบนั้นบ้าง วันนี้ผมได้กลับไปอีกครั้งในฐานะ “ครีเอทีฟ” ที่ไปขายงาน มีผู้บริหารทีมมาร์เก็ตติ้งนั่งฟัง
ครับ… แล้วงานนั้นก็เกิดขึ้นจริงๆ
แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นก็ยังมีเรื่องราวอีกมากมายไว้จะมาเล่าในตอนต่อไปครับ



