“สรุปน้องได้งานนะ จะลาออกจากมหาลัยจริงๆ เหรอ” สายจาก HR โทรหาผม “จริงครับ” ผมตอบแล้ววันรุ่งขึ้นผมก็ไปลาออกจากมหาลัยเลย
งานที่ผมได้จริงๆ ต้องมีวุฒิปริญญาตรีเท่านั้น ผมเลือกที่จะไม่รอเรียนให้จบอีก 2 ปี แต่คว้าโอกาสนั้นไว้เลย ผมทำมันได้ดีเลยล่ะ
แต่ทำไปได้แค่ 6 เดือน ผมก็เลือกเส้นทางใหม่
“เฮ้ยแฮม” เสียงเฮียมั่น (มั่นคง gadget) เฮียเจอผมทำงานที่เซ็นทรัลพระราม 9 แล้วทักทาย บอกว่ามาดูที่เปิดสาขาใหม่ ช่วงนั้นร้านมั่นคงนี่ตัวท็อปวงการ ผมเองก็ฝังตัวอยู่ในเว็บบอร์ด โดยใช้ชื่อ มนุษย์แฮม มานาน ชื่อนี้เพราะเล่นตั้งแต่สมัยทำแมค
เราก็ได้คุยกัน จนเฮียเอ่ยปากชวนไปทำงานด้วย เฮียชวนผมไปเป็นผู้จัดการสาขาสยามเกตเวย์ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงพีคสุดๆ ของร้านมั่นคง
ผมไปลาออกกับผู้บริหารที่รับผมเข้าทำงาน “ผมอยากไปทำอะไรใหม่ๆ ครับ ผมว่าถ้าผมไปผมต้องได้ลองเขียนงาน เขียนคอนเทนต์อย่างที่อยากทำ” ผมบอกเหตุผล
“นี่เราทิ้งมหาลัย เพื่อมาทำงานที่นี่ แต่จะทิ้งงานนี้เพื่อไปขายหูฟังเหรอ” พี่เค้าถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ครับ” ผมตอบสั้นๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะมันฟังดูบ้า และไร้สาระสิ้นดีกับการตัดสินใจแบบนี้สำหรับคนทั่วไป
จากเด็กที่ทำแต่งานบริการ สู่การเป็น “เป็ด”
พอมาได้ขายหูฟัง ยุคนั้นเป็นยุคเริ่มต้นโซเชียลมีเดีย สิ่งที่ผมสนุกมากกว่าการขายหูฟังคือเขียนคอนเทนต์ มีทั้งเขียนรีวิว วาดการ์ตูน ทำอินโฟกราฟิก เป็นนักรีวิวออกกล้อง ทำรายการเล่นหูฟัง
และจุดเปลี่ยนใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตผมคือการ “ตัดต่อ” ช่วงนั้นคนตัดต่อวิดีโอคนเก่ากำลังจะออก ผมมองว่าถ้าไม่มีคนทำต่อเนื่องน่าจะไม่ดี
ผมเลยอาสาขอลองตัดต่อเอง ผมให้คนตัดต่อคนเก่าสอนพื้นฐาน แล้วหาความรู้จาก YouTube เอาอีกที
ตัดแรกๆ ดูไม่ได้เลย “ดูไม่รู้เรื่องเลยวะแฮม” เฮียมั่นบอก แต่ผมก็ยังทำมันต่อ
ผมทำมันไปเรื่อยๆ จนวันนึงเฮียโทรหาผม “เฮ้ยวิดีโอล่าสุดตัดดีชิบหายเลยวะ”
และสกิลตัดต่อวิดีโอนี่แหละ ที่จะพาผมไปสู่เส้นทางใหม่ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล
ติดตามตอนต่อไปได้พรุ่งนี้นะครับ
